Enrol | Benefits | Forgot Password?
JetPrivilege Login

 
Select Country:  
 
 
Please select your country of residence to view relevant information, fares and special offers.


If your country of residence is not listed above, please select the Global site.
 
 
 
 

Jet Airways

  • Home
  • เกี่ยวกับเรา
  • เจ็ทพริวิเลจ
  • วางแผนและจองเที่ยวบิน
  • ผลิตภัณฑ์และบริการ
  • ข้อเสนอพิเศษ
  • เครือข่าย
    • Fast-Track Immigration
  • สำนักงานเจ็ทแอร์เวย์ทั่วโลก
  • ข้อมูลทางธุรกิจ
    • แนวทางการปฏิบัติ
    • ความมุ่งหมายของบริษัท
    • ประวัติประธานบริษัท
    • การดูแลชุมชน
    • การรับรองคุณภาพ
    • ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท
  • บริษัทผู้ร่วมอุดมการณ์
    • บริษัทคู่สัญญาในโครงการ Jet Privilege
    • บริษัทร่วมโครงการ Through Check In
    • Interline Partners
    • เที่ยวบินร่วม
  • การบริหาร
    • คณะกรรมการผู้อำนวยการ
    • คณะผู้บริหารระดับสูง
  • คำสัญญาต่อลูกค้า
  • รางวัลที่ได้รับ
  • ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์
    • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • Procurement
  • ข้อมูลเครื่องบิน
  • ภาพรวม
    • ประโยชน์และสิทธิพิเศษ
    • างวัล เฟรดดี้อวอร์ด
  • สะสมไมล์ JPMiles
  • แลกของรางวัลจาก JPMiles
  • สมัครวันนี้
  • Forgot Password
  • คำนวณไมล์สะสม
  • โปรโมชั่นจาก JetPrivilege
    • บริษัทคู่สัญญายอดเยี่ยมประจำเดือน
    • JetPrivilege Winners
  • ศูนย์บริการ
  • บริษัทคู่สัญญายอดเยี่ยมประจำเดือน
  • Partners
  • เที่ยวบิน
    • จองเที่ยวบินแบบออนไลน์
    • แก้ไขข้อมูลจองเที่ยวบิน
  • การสำรองห้องโรงแรม
  • การเช็คอิน
    • เช็คอินผ่านเว็บไซต์
    • เช็คอินด้วยตู้อัตโนมัติ
    • วิธีเช็คอินต่างๆ
  • ตารางเที่ยวบินแบบออนไลน์
  • สถานะ PNR
  • รายละเอียดเที่ยวบิน
    • สถานะเที่ยวบิน
    • อัพเดทข้อมูลเที่ยวบินล่าสุด
  • เครื่องมือช่วยในการเดินทาง
    • แนะนำที่ท่องเที่ยว
    • ภูมิอากาศ
    • เครื่องช่วยคำนวณอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา
    • Passports and Visas
    • เครื่องเทียบเส้นแบ่งเขตเวลา
    • แนะนำการเดินทาง
  • รายละเอียดเกี่ยวกับสัมภาระ
    • สัมภาระที่ได้รับอนุญาต
    • ข้อชี้แนะเกี่ยวกับสัมภาระ
    • การขนถ่ายสัมภาระ
    • ข้อจำกัดเฉพาะของแต่ละประเทศ
    • กฎระเบียบด้านความปลอดภัย
    • สัมภาระพิเศษ
  • บริการก่อนขึ้นเครื่อง
    • วิธีเช็คอินต่างๆ
    • ห้องรับรองพิเศษที่สนามบิน
    • บริการแนะแนวทาง
    • Airport Information
  • บริการบนเครื่อง
    • ระดับชั้นของการบริการ
    • ความสะดวกสบายระหว่างเที่ยวบิน
    • มื้ออาหารระหว่างเที่ยวบิน
    • ความบันเทิงระหว่างเที่ยวบิน
    • นิตยสารอิเล็คทรอนิคส์
  • บริการพิเศษ
    • บริการดูแลเด็กทารกและเด็กเล็กเป็นพิเศษ
    • บริการรถเข็นสำหรับผู้โดยสาร
    • บริการพิเศษสำหรับสตรีมีครรภ์
    • บริการสำหรับเด็กที่เดินทางตามลำพัง
    • บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
    • บริการสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง
    • บริการสำหรับผู้โดยสารที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
  • เจ็ทคิดส์ บริการพิเศษสำหรับบุตรหลานของท่าน
  • ตู้ขนส่งสินค้า
  • ดาวน์โหลด
    • แบบฟอร์ม
    • คู่มือสำหรับการเดินทางโดยเครื่องบินอย่างปลอดภัย
    • Product Brochure
  • ข้อมูลเกี่ยวกับผู้โดยสาร
  • Jet Airways Konnect
  • ข้อเสนอจาก JetPrivilege
  • ค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก
  • Jet Value Pass
  • Golden Jet Escapes
  • ดูค่าโดยสารสู่ประเทศอินเดีย
  • Free Baggage Offer
  • Visit India 2009
ผลิตภัณฑ์และบริการ >> บริการพิเศษ >> บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
A-
A+
Bookmark this page Email this page Print this page
บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
 


ในยุคเครื่องบินเจ็ทนี้ เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การเดินทางทางอากาศจึงเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด เมื่อ 40 ปีก่อนเราพบสถิติจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบินที่มีอายุและสุขภาพต่างๆกัน แม้ว่าเครื่องบินปัจจุบันจะบินสูงที่ความสูง 25000-45000 ฟุต ปัญหาที่เราพบคือปัญหาด้านร่างกายที่พบกับระดับความสูงนั้นๆ นี่เป็นลักษณะหนึ่งของการเดินทางโดยเครื่องบินที่ช่วยส่งคนไข้อาการหนักได้รวดเร็วทันเวลา อย่างไรก็ดี พึงเข้าใจว่าสภาพของเที่ยวบินนั้นไม่ได้เป็นสภาพปกติที่เราเจอทุกวัน และอาจส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายได้

  • ความสูงระดับที่เครื่องบินบินนั้นต่างจากระดับน้ำทะเลอย่างไร และมีผลอย่างไร 

ที่ความสูง 6000 ฟุต ความกดอากาศที่ 609 มม. ก๊าซในร่างกายจะขยายตัว และจะเกิดปัญหาขึ้นเมื่อลมไม่สามารถหมุนเวียนได้อย่างอิสระ จนก่อให้เกิดอันตรายได้ อันตรายก็มีหลายระดับด้วยกัน ส่วนมากนั้นมักเกิดกับร่างกายจนทำให้เป็นโรค “Barotrauma” นับว่าโชคดีที่เราไม่ค่อยพบอาการสาหัสนัก แต่อาการเล็กๆน้อยๆก็อาจทำให้เจ็บปวดได้มาก ส่วนใหญ่ barotrauma มักเกิดกับหูส่วนกลาง หากเป็นหวัดอาการจะยิ่งทวีความรุนแรงจนอาจทำให้หูหนวกหรือมีเลือดออกจากหูได้ นอกจากนี้ยังมีอาการปวดศีรษะเลือดกำเดาไหล ปวดฟัน ระบบทางเดินหายใจไม่สะดวกเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาการเมื่อร่างกายพบกับแรงดันอากาศที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ที่เรียกว่า hypoxia ที่ระดับน้ำทะเลออกซิเจนมีความดัน 103 มม. แต่ที่ความสูง 6000 ฟุต ความดันจะมีเพียง 75 มม. ผู้โดยสารที่หลับพักผ่อนอาจไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปงนี้ แต่ผู้โดยสารที่เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจหรืออนีเมีย อาจมีอาการรุนแรงได้ ท้้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม เช่นการสูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์
ผิวหนังของคุณอาจจะแห้ง เพราะบินผ่านไทม์โซนหลายครั้งทำให้การหมุนเวียนของของเหลวเปลี่ยนแปลง การนอนหลับและการทานอาหารก็ได้รับผลกระทบจากการพักผ่อนไม่เพียงพอด้วย

  • อากาศที่คุณหายใจเข้าไปในเครื่องบินปลอดภัยแค่ไหน

ระบบควบคุมสิ่งแวดล้อมในเครื่องบินเป็นไปตามข้อกำหนด FAA และเป็นไปตามคำแนะนำขององค์กรด้านสุขภาพอื่นๆเช่น OSHA & ACGIH ในเครื่องเรามีอากาศหมุนเวียน 50 เปอร์เซ็นต์ และมีอากาศใหม่เข้ามาอีก 50 เปอร์เซ้นต์ เรามีระบบกรองอาาศที่กรองแบคทีเรียและไวรัสได้ โดยแผ่นกรอง HEPA นี้เชื่อถือได้ 99.99% การหมุนเวียนอากาศจะเกิดอากาศใหม่ 10 CFM จึงหมุนเวียนทั้งหมด 20 CFM ระดับของแบคทีเรียที่พบก็ต่ำกว่าระดับที่ถือเป็นเกณฑ์ สภาพอุณหภูมิและความชื้นก็เป็นไปตามระดับที่แนะนำ

  • อะไรคือคำนิยามของผู้โดยสารที่ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ 

คำว่า ผู้โดยสารที่ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ เป็นศัพท์ที่ใช้กันในหมู่สายการบิน หมายถึงผู้โดยสารที่มีอาการป่วยหรือไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรด้วยตนเอง แบ่งออกเป็นสามประเภท (1) ผู้ที่เดินทางเพื่อไปรับการรักษาโรค (2) ผู้ที่ต้องการกลับไปเสียชีวิตที่บ้านเกิด (3) ผู้ที่อยู่ในระหว่างการเดินทางธุรกิจหรือส่วนตัวใดๆที่บังเอิญได้รับอุบัติเหตุ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเป็นคำถามที่ผู้โดยสารพบเป็นประจำ เราต้องมีนโยบายนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้โดยสารเองที่อาจป่วยหนักบนเครื่องขณะเดินทางได้ หรือสภาพของการเดินทางในเครื่องบินอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

  • คุณพร้อมที่จะิบินหรือไม่re you fit to fly? 

การเดินทางทางอากาศเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด จึงมีผู้โดยสารที่มีปัญหาด้านสุขภาพเดินทางจำนวนมากเพราะความสะดวกสบาย แม้ว่าผู้โดยสารจะเดินทางในเที่ยวบินราคาประหยัดได้โดยไม่รู้สึกลำบาก ผู้โดยสารพึงระวังถึงแรงกดดันอากาศระหว่างเครื่องบินบินสูงในระยะ 5000-8000 ฟุต เจ็ทแอร์เวย์ขอให้มีการแจงใบรับรองแพทย์ว่าคุณเดินทางได้โดยไม่มีปัญหาหลังจากการป่วย การบาดเจ็บ การผ่าตัด หรืออื่นๆที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย ผู้โดยสารที่เป็นโรคหัวใจหรือปอดต้องมีใบรับรองแพทย์ก่อนจองเที่ยวบิน ผู้โดยสารที่มีอาการพิการเป็นเวลานานแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ เก้าอี้เข็นผู้ป่วยมีพร้อมบริการ อย่างไรก็ดี หากผู้โดยสารที่ไม่สามารถทำอะไรเองได้ต้องเดินทาง เราขอให้มีผู้ดูแลติดตามมาด้วย

  • เจ็ทแอร์เวย์ตัดสินได้อย่างไรว่าคุณสุขภาพดีพอจะเดินทางได้หรือไม่ เราต้องทำตามขั้นตอนอย่างไรบ้าง

เนื่องจากมีผู้โดยสารที่ไม่เหมาะกับการเดินทางแบบนี้เดินทางอยู่มาก เจ็ทแอร์เวย์และสายการบินอื่นๆที่อยู่ในสมาพันธ์ International Air Transport Association (IATA) จึงตั้งมาตรฐานสำหรับกรณีดังกล่าวขึ้น สายการบินพาณิชย์ทุกสายจะต้องมีแพทย์คอยประจำเพื่อช่วยเหลือในการตัดสินใจว่าผู้โดยสารควรเดินทางหรือไม่ เมื่อคุณกรอกแบบฟอร์ม Medical Assistance / Information (MEDA) ให้แก่สำนักงาน ข้อมูลจะถูกส่งไปยังหน่วยแพทย์ของสายการบิน และคุณจะไ้ด้รับคำตอบว่าจะเดินทางได้หรือไม่ แพทย์ของเจ็ทแอร์เวย์ประจำอยู่ที่ Mumbai, Delhi, Chennai, Kolkata, Bangalore & Hyderabad.

ผู้โดยสารทุกคนต้องกรอกฟอร์ม MEDA FORM ก่อนการเดินทางเพื่อไม่ให้เกิดการถูกปฏิเสธก่อนขึ้นเครื่องหรือเกิดเหตุุฉุกเฉินบนเครื่อง นอกจานี้ผู้โดยสารที่ป่วยทุกคนต้องกรอกใบ INDEMNITY BOND ก่อนออกเดินทาง

  • บนเครื่องบินมีสิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับด้านสุขภาพผู้ป่วยอย่างไรบ้าง

แม้ว่าสายการบินจะไม่อนุญาตให้นำเข็มฉีดยาบรรจุออกซิเจนขึ้นบนเครื่องบิน สายการบินส่วนใหญ่ก็จะมีเข็มฉีดยาดังกล่าวซึ่งมีขนาด 2 หรือ 4 L/min บนเครื่องบิน โดยผู้โดยสารต้องแจ้งล่วงหน้า 48 ชม.ก่อนการเดินทาง โดยผู้ป่วยจะต้องเดินทางพร้อมกับผู้ที่สามารถฉีดออกซิเจนเข้าร่างกายได้ การเตรียมออกซิเจนต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ Airport Authorities of India (AAI) เข็มฉีดยาบนเครื่องมีมาตรฐานทางการแพทย์ที่ถูกต้อง คุณจึงไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข็มฉีดยามาเอง ส่วนเคร่องอำนวยความสะดวกอื่นๆเช่น AMBU LIFT รถเข็น อาหารพิเศษ สามารถจัดเตรียมให้คุณได้หากมีการแจ้งล่วงหน้า

  • พื้นที่ที่คับแคบของเครื่องบินจะส่งผลเสียอย่างไรต่อผู้โดยสารที่ไม่สมควรเดินทาง 

ในชั้นประหยัดคุณอาจมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการเหยียดขา ผู้โดยสารที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าอาจมีปัญหาได้ จึงไม่แนะนำให้เดินทาง แม้ในชั้นธุรกิจจะมีพื้นที่มากกว่าก็ตาม พื้นที่ส่วนขาก็ยังน้อยเกินกว่าที่ผู้ป่วยเกี่ยวกับหัวเข่าจะเดินทางเป็นเวลานานๆ ทั้งนี้เรายังจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับการหนีออกจาเครื่องกรณีฉุกเฉินด้วย นอกจากนี้ห้องน้ำยังมีขนาดคับแคบไม่สะดวกต่อผู้ป่วย

  • อะไรคือเรื่องที่ตรงข้ามกับแนวทางปฏิบัติมากที่สุดในการเดินทางทางอากาศ 

ผู้โดยสารที่ไม่ควรเดินทางปฏิเสธการโดยสารเครื่องบินเพราะ (1) สายการบินไม่ปลอดภัย (2) ผู้โดยสารคนอื่นเป็นโรค ติดเชื้อ (3) คุณภาพของเที่ยวบินไม่ดี เช่นการเปลียนสนามบินปลายทาง การล่าช้า หรือมีผู้เสียชีวิตบนเครื่องบิน

  • เงื่อนไขข้อใดที่ถือว่ายอมรับไม่ได้เมื่อเดินทางกับสายการบินพาณิช์ และคำแนะนำการบินโดยทั่วไปมีอะไรบ้าง 

1. ผู้ป่วยที่ติดเชื้อทางเดินหายใจจะไม่ได้รับอนุญาตให้บินภายใน 6 สัปดาห์หลังจากหายป่วย ผู้ป่วยโรคหัวใจจะไม่ได้รับอนุญาติเช่นกันเพราะอาจหัวใจล้มเหลวได้

2. ผู้ป่วยที่มีอาการ chronic bronchitis emphysema bronchiectasis หรือโรคอื่นที่เกีี่่ยวกับทางเดินหายใจ ซึ่งอาจจะยิ่งอาการหนักเมื่อผู้ป่วยมีอาการ hypoxia ร่วมด้วย ผู้ป่วยจะเดินทางได้ต่อเมื่อมีแพทย์เดินทางด้วย ผู้ป่วยต้องพกยาติดตัวเองบนเครื่องด้วย ส่วนผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจะไม่ได้รับอนุฐาตให้ขึ้นเครื่องในทุกกรณี การออกกำลังกายเป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการบินที่ดี ผุ้ที่เหนื่อยง่ายจะได้รับผลกระทบจากการเดินทางบนเครื่องบินและมีความเครียดมากพิเศษ

3. ผู้ป่วยทางจิตอาจก่อให้เกิดปัญหาได้สองทาง (1)เป็นอันตรายต่อตนเองและคนรอบข้าง (2) ผู้ป่วยทางจิตที่เครียดมากอาจจะยิ่งเครียดกว่าเดิมและทำให้ขาดสติสับสนตลอดจนอาการหนักใดๆ ผู้ป่วยประเภทนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไม่ว่ากรณีใด

4. ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดช่องท้องได้ 10 วันจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์เพราะอาจกระเทือนแผลได้

5. ผู้ผ่าตัดหน้าอกจะต้องรออย่างน้อย 21 วันจึงจะเดินทางได้

6. ผู้ป่วยจะไม่ได้รับอนุญาตให้บินเป็นระยะเวลา 7 วันหลังจากที่มีการนำอากาศเข้าร่างกายผ่านท่อ

7. ผู้โดยสารที่ป่วยจากเส้นโลหิตแตก จะไม่สามารถเดินทางได้อย่างน้อย 3สัปดาห์ ผู้ป่วยที่มีผ้าพันแผลปิดศีรษะจะต้องมีพยาบาลคอยดูแล

8. ผู้ป่วยที่ผ่าตัดกรามจะไม่ได้เดินทางกับเรา จนกว่าจะหายเป็นปกติดีและมีคนเดินทางที่คอยดูแลอยู่ด้วย

9. ผู้ป่วยโรคอนีเมียจะทนสภาพแรงดันอากาศและฮีโมโกลบินสูงไม่ได้ ผู้ป่วยต้องมีอีโมโกลบินต่ำที่ 6.5 g/dl จึงจะเดินทางกับเราได้

10. ผู้ป่วยเกี่ยวกับเลือดอาจต้องใช้บริการออกซิเจนบรรจุหลอด

11. Deep Vein Thrombosis (DVT) เป็นอาการขั้นรุนแรงของเส้นเลือดอุดตัน ไม่แนะนำให้เดินทางใดๆทั้งสิ้น

12. ต้องถอดเฝือกออกก่อนในระยะเวลา 48 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

13. ผู้ป่วยที่มีความเครียดสูง ควบคุมตัวเองไ่ม่ได้ เป็นเบาหวาน ไม่ได้รับอนุญาตให้บิน

14. ผู้ป่วยริดสีดวงทวารจฃที่ได้รับการผ่าตัดจะไม่ได้รับอนุญาตให้บิน

15. คนไข้โรค tracheostomy อาจได้รับอนุญาตให้บินได้หากมีคนคอยดูดแลและมีอุปกรณืเพียงพร้อม

เหล่านี้เป็นเพียงคำแนะนำ แต่ละคนพึงพิจารณาและเลือกใช้เอง

  • มีคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวานไหม 

้ผู้ป่วยพึงทำตัวให้เหมือนกับอยู่บ้านตลอดการเดินทาง ทานอาหารตามเวลาปกติ พร้อมเรียมยาไว้ในกระเป๋าด้วย

  • มีคำแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่ตั้งครรภ์ไหม 

ผู้โดยสารที่ตั้งครรภ์นั้นแทบจะไม่เหมาะสมกับการเดินทาง เมื่ออายุครรภ์ได้ 28สัปดาห์ หากต้องการเดินทาง ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ ส่วนผู้ที่มีอายุครรภ์ 36-38 สัปดาห์ จะต้องมีใบรับรองแพทย์พร้อมต้องเดินทางกับแพทย์ เมื่อคลอดลูกตามธรรมชาติแล้ว มารดาสามารถเดินทางได้ทันทีที่รู้สึกว่าพร้อม เราอนุญาตให้บินได้ในเวลา 48 ชม. หลังการคลอด โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ด้วย การเดินทางทางอากาศอาจมีปัญหากับเด็กทารกได้ จึงควรรออย่างน้อย 2 วันหรือจะให้ดี 7 วันก่อนจะพาเด็กบิน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์และเดินทางพร้อมแพทย์

  • คำแนะนำในการถืออุปกรณ์ช่วยชีวิตขึ้นเครื่อง 

1. ห้ามนำเข็มฉีดยาเข้าเครื่อง

2. อุปกรณ์การแพทย์ทุกชิ้นต้องผ่านการตรว่จความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่อง

3. อุปกรณ์แพทย์ใดๆที่ใช้ไฟหรือแบตเตอรี่ต้องตรวจสอบตามกฏวิศวกรรมว่าจะไม่ส่งคลื่นรบกวนการบิน

4. อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องมีใบรับรองจากแพทย์ว่าใช้ผู้โดยสารจำเป็นต้องนำเข้าเครื่องบิน รายละเอียดด้านไฟฟ้าและรังสีต้องส่งให้ทางเราพิจารณาเช่นกัน

  • เอาไม้ค้ำยันขึ้นเครื่องได้ไหม แล้วมีการอำนวยความสะดวกอย่างไรบ้าง 

อนุญาตเฉพาะกรณีจำเป็นเท่านั้น ผู้ป่วยต้องเดินทางพร้อมกับพยาบาลที่คอยดูแลได้ แนะนำว่าควรให้เดินทางในเที่ยวบินสำหรับผู้ป่วยเพราะจะมีการบริการเฉพาะมากกว่า

อะไรคือขอบเขตของความช่วยเหลือที่พนักงานบนเครื่องจะทำได้ ลูกเรือได้รับการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถฉีดยา ให้ยาใดๆได้ ไม่สามารถอุ้มหรือพยุงผู้ป่วยพาเข้าห้องน้ำได้ ผู้ดูแลผู้ป่วยพึงเป็นคนจัดการทั้งหมด

top สรุป: การเดินทางทางเครื่องบินเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางบนเครื่องบินได้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับใบรับรอง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้โดยสารเอง
หมายเหตุ: ฟอร์ม MEDA ต้องส่งให้แก่หน่วยแพทย์ภายใน 24-48 ชม.ก่อนวันเดินทาง หากกรอกล่วงหน้านานกว่าสองวัน จะถือว่าใช้ไม่ได้ เ็จ็ทแอร์เวย์ถือคำแนะนำของแพทย์ผู้ตัดสินอาการผู้ป่ว่่ยเป็นที่สุด โดยคำนึงถึงปัญหาต่างๆและความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก
ผู่โดยสารต้องพกยาที่ต้องใช้มาเอง ผู้ป่วยต้องถือเอกสารทางการแพทย์มาเองเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน ผู้โดยสารที่เป็นผู้ป่วย
การจัดการผู้โดยสารที่เป็นผู้ป่วยง่ายขึ้นมาก เรามีขั้นตอนในการดูแลผู้โดยสารดังนี้

  • ขั้นที่ 1 – แจ้งแก่พนักงานจองเที่ยวบินของเราว่าผู้ป่วยจะเดินทางเที่ยวบินไหน กรอกฟอร์ม ‘The MEDA Forms’ โดยให้แพทย์เป็นผู้กรอก คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดฟอร์ม
  • ขั้นที่ 2 – ฟอร์ม MEDA ใหม่จะต้องกรอกโดยแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยและแฟกซ์มาให้แพทย์ของเจ็ทแอร์เวย์ ตามเบอร์

แฟกซ์ด้านล่างนี้:
แพทย์ของเจ็ทแอร์เวย์อยู่ที่นี่:
สถานที่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขแฟกซ์
Mumbai 022-26156740 022-26156740
Delhi 011-25672422 011-25672422
Chennai 044-22560373 044-22560373
Kolkata 033-25111359 033-25111359
Bangalore 080-52222258 080-52222258
Pune 020-6685591/92/93 (Airport Manager) 020-6685594
Hyderabad 040-27903888 040-27903888
การอนุมัติ MEDA FORM CUM INDEMNITY BOND จะเป็นหน้าที่ของแพทย์ตามที่ต่างๆ ส่วนสนามบินอื่นๆที่ไม่มีแพทย์ประจำ ให้ถือเอาไปให้แพทย์ที่ใกล้ที่สุดในรายการข้างต้น เช่นผู้โดยสารเดินทางเส้นทาง Vizag-Hyderabad-Chennai ก็ให้ส่งฟอร์มไปที่
  • ขั้นที่ 3 – เมื่อได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น ผู้โดยสารจึงจะจองเที่ยวบินได้
  • ขั้นที่ 4 – พนักงานจองเที่ยวบินของเราจะระบุในใบPNR ว่า “MEDA Cleared –Approved by company doctors” ดังนั้นพนักงานเราที่สนามบินจึงสามารถเตรียมพร้อมบริการได้ล่วงหน้า
  • ขั้นที่ 5- หากผู้โดยสารต้องการอะไรเพิ่มเติม ให้แจ้งพนักงานจองเที่ยวบินล่วงหน้า

MEDA Form
Medical Indemnity Bond

หากทำตามขั้นตอนดังกล่าว จะช่วยให้เราให้บริการได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น ปราศจากซึ่งความวิตกกังวลและเร่งรีบ

ข้อควรระวัง
ผู้โดยสาร MEDA จะได้รับอนุญา่ตให้บินต่อเมื่อเช็คอินและได้รับทราบว่า “fit to travel” การผ่านขั้นตอนต่างๆก่อนหน้านั้นจะไม่สามารถการันตีได้ว่าจะได้เดินทางเพราะอาการของผู้ป่วยอาจแย่ลงหลังจากเวลาผ่านไป

 

 

 
Flights Pay Online Redeem Online Hotels Insurance
 

© Jet Airways (India) Ltd.

Jetlite Jetwork 9WAgents.com
Become an Affiliate ข้อตกลงและเงื่อนไข คำอธิบายชี้แจง นโยบาย โฆษณากับเรา
RSS ติดต่อเรา แผนที่เว็บไซต์ คำถามที่พบบ่อย ร่วมงานกับเรา นักลงทุนสัมพันธ์